อาศัยอำนาจตามความใน ข้อ 15 ของข้อบังคับสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พ.ศ. 2559 สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยจึงออกข้อบังคับชมรมห้องสมุดสีเขียวขึ้น ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับชมรมห้องสมุดสีเขียว พ.ศ. 2565”
ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 3 ในข้อบังคับนี้ คำว่า
“ประธานกรรมการบริหาร” หมายถึง ประธานคณะกรรมการบริหารชมรมห้องสมุดสีเขียว
“รองประธานกรรมการบริหาร” หมายถึง รองประธานคณะกรรมการบริหารชมรมห้องสมุดสีเขียว
“กรรมการบริหาร” หมายถึง คณะกรรมการบริหารชมรมห้องสมุดสีเขียว
“สมาชิก” หมายถึง สมาชิกชมรมห้องสมุดสีเขียว
“สมาคม” หมายถึง สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
“ชมรม” หมายถึง ชมรมห้องสมุดสีเขียว ของสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ
“ห้องสมุดสีเขียว” หมายถึง ห้องสมุดทั้งภาครัฐและเอกชน ที่จัดตั้งโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ อาจมีชื่อเรียกว่า หอสมุด ห้องสมุด สำนักหอสมุด สถาบันวิทยบริการ สำนักวิทยบริการ ศูนย์บรรณสาร ศูนย์สารสนเทศ หรือชื่ออื่นใดที่มีภารกิจในทำนองเดียวกัน ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม บริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม
ข้อ 4 ให้ประธานกรรมการบริหารชมรมห้องสมุดสีเขียวรักษาการตามข้อบังคับ และมีอำนาจออกระเบียบเพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้
ข้อ 5 ชมรมมีชื่อเรียกว่า “ชมรมห้องสมุดสีเขียว” โดยเรียกย่อว่า “ชสข” มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Green Libraries Group” โดยเรียกย่อว่า “GLG”
เครื่องหมายแสดงสัญลักษณ์ของชมรม ประกอบด้วย รูปใบไม้ จำนวน 20 ใบ แทนปีคริสตศักราชที่ดำเนินการก่อตั้งชมรม เชื่อมโยงเข้าจุดศูนย์กลาง ที่มีลูกศร 3 ดอก ขัดกันเป็นวงกลม แทนความหมาย 3R (Reduce Reuse Recycle) บนต้นไม้ที่มีลักษณะเป็นดินสอ หมายถึงการเรียนรู้ โดยมีฐานเป็นรูปหนังสือกางออก แทนความหมายของห้องสมุดที่เป็นแหล่งความรู้ ฐานล่างเป็นกรอบสี่เหลี่ยมระบุข้อความ “ชสข” เป็นอักษรย่อของชมรม ประกอบกันเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาบนฐานที่มั่นคงแข็งแรง แสดงอยู่ในวงกลมสีม่วง มีข้อความ “ชมรมห้องสมุดสีเขียว ๒๕๖๓” และ “Green Libraries Group 2020” หมายถึงเครือข่ายห้องสมุดสีเขียว สีที่ใช้แสดงสัญลักษณ์ เป็นชุดสีไทยโทนบ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ของไทย ประกอบด้วยสีเขียวอ่อนและเขียวแก่ เป็นสีของต้นไม้และป่าไม้แสดงความหมายแทนสิ่งแวดล้อม สีน้ำตาลแทนความมั่นคงและความมุ่งมั่น สีส้มแทนความหมายความคิดริเริ่มสิ่งใหม่ สีม่วงเป็นสัญลักษณ์แทนสมาคม หมายถึงชมรมนี้อยู่ภายใต้สมาคม
ข้อ 6 สำนักงานของชมรมตั้งอยู่ที่ สำนักงาน สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ เลขที่ 1346 ถนนอาคารสงเคราะห์ 5 (ระหว่างถนนศรีบูรพา 8-9) แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
ข้อ 7 การดำเนินกิจกรรมของชมรมมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
1) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสมาชิกชมรม เครือข่ายห้องสมุดสีเขียว และเครือข่ายด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
2) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสังคมเพื่อการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
3) เพื่อพัฒนามาตรฐานและเกณฑ์การตรวจประเมินห้องสมุดสีเขียว
4) เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมของห้องสมุด แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความรู้ทางวิชาการระหว่างสมาชิก
5) เพื่อเป็นศูนย์กลางติดต่อและร่วมมือกับองค์การ ชมรม สมาคม หรือหน่วยงาน ที่มีวัตถุประสงค์คล้ายกันทั้งในและต่างประเทศ
6) เพื่อส่งเสริมความสามัคคีและสงเคราะห์ช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก
7) เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติห้องสมุด หน่วยงาน บุคคล และผู้ให้การสนับสนุน ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์ของชมรม
8) ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
ข้อ 8 สมาชิกชมรม มี 5 ประเภท คือ
1) สมาชิกสามัญ
2) สมาชิกวิสามัญ
3) สมาชิกกิตติมศักดิ์
4) สมาชิกอุปการะ
5) สมาชิกนิติบุคคล
ข้อ 9 สมาชิกชมรมต้องเป็นสมาชิกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ โดยสมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ และสมาชิกนิติบุคคล ต้องชำระค่าสมาชิกตามระเบียบของสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สำหรับสมาชิกกิตติมศักดิ์ และสมาชิกอุปการะ ไม่ต้องชำระค่าสมาชิกโดยชมรมเป็นผู้เสนอชื่อต่อสมาคม ทั้งนี้ สมาชิกชมรมห้องสมุดสีเขียวทุกประเภทต้องได้รับการรับรองการเป็นสมาชิกชมรมจากคณะกรรมการบริหารชมรมห้องสมุดสีเขียว
ข้อ 10 สมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญ ของชมรมห้องสมุดสีเขียว มีสิทธิดังต่อไปนี้
1) เข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารชมรม
2) ออกเสียงเลือกตั้งกรรมการบริหารชมรม
3) ได้รับประโยชน์จากการบริการต่าง ๆ ที่ชมรมจัดขึ้น
4) ส่งเสริมและเข้าร่วมกิจกรรมที่ชมรมจัดขึ้น หรือจัดร่วมกับองค์การอื่น ๆ
5) เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของชมรมต่อคณะกรรมการบริหาร
ข้อ 11 สมาชิกประเภทอื่น ๆ ของชมรมมีสิทธิเช่นเดียวกับสมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญ ยกเว้นการเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารชมรม
ข้อ 12 สมาชิกภาพของสมาชิก สิ้นสุดลงโดยกรณีใดกรณีหนึ่ง ต่อไปนี้
1) ขาดจากสมาชิกภาพของสมาคม
2) ลาออกจากชมรม
3) คณะกรรมการบริหารลงมติให้ออกด้วยเหตุที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของชมรม หรือประพฤติเสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติคุณของชมรม
4) การสิ้นสุดสมาชิกภาพ ให้ประกาศไว้ ณ สำนักงานของชมรม และแจ้งให้ผู้สิ้นสุดสมาชิกภาพนั้นทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อ 13 ให้มีคณะกรรมการบริหาร คณะหนึ่ง มีจำนวนไม่น้อยกว่า 7 คน และไม่เกิน 15 คน ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน เหรัญญิก นายทะเบียน เลขานุการ และกรรมการฝ่ายต่างๆ เช่น วิชาการ มาตรฐาน ตรวจประเมิน ปฏิคม ประชาสัมพันธ์ ระดมทุน กิจกรรมชุมชน หรือตำแหน่งอื่น ๆ ตามความเหมาะสม โดยประธานกรรมการบริหารต้องมีคุณสมบัติสอดคล้องกับคุณสมบัติที่สมาคมกำหนด
ข้อ 14 จำนวนผู้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหาร อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามความเหมาะสม และให้ตั้งคณะทำงานแต่ละฝ่าย หรือคณะทำงานเฉพาะกิจ ซึ่งประกอบด้วยบุคคลที่เป็นสมาชิกชมรม หรือไม่ได้เป็นสมาชิกชมรมก็ได้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารชมรม
ข้อ 15 ผู้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหาร ต้องรายงานผลการดำเนินงานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมทุกครั้ง และจัดทำสรุปผลการดำเนินงานตามตำแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบ เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการบริหารสมาคม รายงานในที่ประชุมสามัญประจำปี และเผยแพร่ให้สมาชิกชมรมทราบ
ข้อ 16 คณะกรรมการบริหาร อยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี และให้ดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ภายใน 60 วัน ก่อนที่คณะกรรมการชุดปัจจุบันจะหมดวาระ ในกรณีที่กรรมการบริหารชุดปัจจุบันหมดวาระ และยังไม่มีคณะกรรมการชุดใหม่ ให้คณะกรรมการบริหารชุดปัจจุบันรักษาการไปจนกว่าจะมีคณะกรรมการบริหารชุดใหม่
ข้อ 17 การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร ปฏิบัติดังนี้
1) ให้มีคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งขึ้นมา 1 ชุด เรียกว่า คณะกรรมการเสนอแนะ เพื่อดำเนินการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร โดยเลือกจากสมาชิกของชมรมไม่น้อยกว่า 3 คน และไม่เกิน 5 คน และไม่เป็นบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการบริหาร
2) คณะกรรมการเสนอแนะจัดทำบัญชีรายชื่อสมาชิกที่มีคุณสมบัติและยินยอมให้เสนอชื่อต่อคณะกรรมการบริหาร เพื่อส่งให้สมาชิกผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พร้อมรายละเอียดวิธีการเลือกตั้ง
3) สมาชิกแต่ละราย ลงคะแนนเสียงได้ 1 เสียง
4) คณะกรรมการเสนอแนะแต่งตั้งกรรมการนับคะแนน ไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่เกิน 5 คน เพื่อดำเนินการนับคะแนนการเลือกตั้ง
5) คณะกรรมการนับคะแนน เสนอผลการนับคะแนนผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารชุดใหม่ เรียงตามลำดับคะแนน รวมทั้งคะแนนที่เหลือของทุกรายชื่อในบัญชีเลือกตั้ง ต่อคณะกรรมการเสนอแนะ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริหารหรือคณะกรรมการบริหารรักษาการ แจ้งสมาคม และประกาศให้สมาชิกทราบ
6) ให้คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ จัดสรรการดำรงตำแหน่งของกรรมการตามที่ระบุไว้ในข้อ 13 ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หลังจากทราบผลการเลือกตั้ง
ข้อ 18 กรรมการบริหารชมรม พ้นจากตำแหน่ง โดยกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้
1) ตาย หรือถูกศาลสั่งให้เป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
2) ลาออก
3) ออกตามวาระ
4) ขาดจากสมาชิกภาพ
5) ขาดประชุมคณะกรรมการบริหารชมรม ติดต่อกัน 3 ครั้ง โดยไม่มีเหตุอันควรและไม่แจ้งล่วงหน้าก่อนการประชุม
ข้อ 19 ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการบริหารว่างลง ให้สมาชิกที่ได้รับคะแนนเสียงในการเลือกตั้งลำดับถัดไปเป็นกรรมการบริหารแทน จนครบวาระของผู้ที่ตนแทน
ข้อ 20 คณะกรรมการบริหาร มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1) บริหารจัดการและดำเนินกิจกรรมของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
2) ประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานของชมรมให้ก้าวหน้า ไม่น้อยกว่า 2 ครั้งต่อปี
3) รักษาทรัพย์สินและรักษาผลประโยชน์ของชมรม
4) รับผิดชอบแทนชมรมในการกระทำใด ๆ ที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และระเบียบของชมรม
5) เรียกประชุมใหญ่ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
6) กำหนดระเบียบให้เป็นไปตามข้อบังคับของชมรม
7) แต่งตั้งสมาชิกเป็นอนุกรรมการ หรือผู้ช่วย เพื่อดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งตามความจำเป็น
8) พิจารณาคำร้องต่าง ๆ ของสมาชิก และพิจารณาสั่งการตามที่เห็นสมควร
9) พิจารณาดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับสมาชิกภาพของสมาชิก ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 18
10) จัดทำมาตรฐานห้องสมุดสีเขียว และปรับปรุงเกณฑ์การตรวจประเมินห้องสมุดสีเขียว อย่างต่อเนื่อง
11) จัดการตรวจประเมินห้องสมุดสีเขียว และประสานงานเพื่อขอรับการรับรองจากสมาคม
12) พิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาและการขึ้นทะเบียนผู้ตรวจประเมินห้องสมุดสีเขียว
13) ส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมในห้องสมุด
14) จัดทำสรุปผลการดำเนินงานและรายงานผลการดำเนินงาน เสนอสมาคมและแจ้งสมาชิกทราบ
ข้อ 21 กรรมการบริหารตำแหน่งต่างๆ มีหน้าที่ดังนี้
1) ประธานกรรมการบริหาร มีหน้าที่กำหนดนโยบายและบริหารกิจการของชมรมให้เป็นไปตามข้อบังคับ เป็นตัวแทนชมรมในการติดต่อกับองค์การหรือบุคคลภายนอก ประสานงานเครือข่ายความร่วมมือ เป็นประธานการประชุมกรรมการบริหารและการประชุมสามัญประจำปี รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่อื่นตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับของชมรม
2) รองประธานกรรมการบริหาร มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร รักษาการแทนประธานกรรมการบริหารเมื่อได้รับมอบหมายหรือในกรณีประธานกรรมการบริหารไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
3) เลขานุการ มีหน้าที่ดำเนินงานด้านธุรการและกิจการบริหารโดยทั่วไปของชมรม จัดทำและรักษาระเบียบวาระและรายงานการประชุม
4) เหรัญญิก มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องการเงินและทรัพย์สินของชมรม ทำบัญชี เก็บรักษาเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการเงินและทำทะเบียนพัสดุต่าง ๆ
5) นายทะเบียน มีหน้าที่รับสมัคร จัดทำ และรักษาทะเบียนสมาชิก และการขึ้นทะเบียนผู้ตรวจประเมินห้องสมุดสีเขียว
6) ปฏิคม มีหน้าที่เกี่ยวกับงานสมาชิกสัมพันธ์ การต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่สมาชิกในการจัดกิจกรรมต่างๆ
7) ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่จัดและดำเนินการเกี่ยวกับ งานสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ และการผลิตสื่อเผยแพร่
8) วิชาการ มีหน้าที่จัดกิจกรรมทางวิชาการ ได้แก่ การจัดบรรยาย อภิปราย ฝึกอบรมและการพัฒนาศักยภาพผู้ตรวจประเมินห้องสมุดสีเขียว
9) มาตรฐาน มีหน้าที่ พัฒนาปรับปรุงมาตรฐานและเกณฑ์การตรวจประเมินห้องสมุดสีเขียวให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับห้องสมุดแต่ละประเภท
10) ตรวจประเมินห้องสมุดสีเขียว มีหน้าที่ประสานงานและจัดการตรวจประเมินห้องสมุดสีเขียว และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจประเมิน
11) ระดมทุน มีหน้าที่ จัดกิจกรรมหารายได้ ประสานงานขอรับความสนับสนุน
12) กิจกรรมชุมชน มีหน้าที่ สนับสนุนและจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนที่สนใจ
ข้อ 22 ให้มีการประชุมสามัญประจำปีของชมรมไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง และมีการประชุมวิสามัญได้ตามความจำเป็นตามที่คณะกรรมการบริหารชมรมเห็นสมควร การประชุมสามัญประจำปีให้มีระเบียบวาระการประชุมดังนี้
1) พิจารณารับรองรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมา
2) รายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
3) รายงานงบดุล บัญชีรับ-จ่ายเงิน และพัสดุ
ข้อ 23 ให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารไม่น้อยกว่าปีละ 2 ครั้ง ต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมเกินกึ่งหนึ่ง จึงจะถือว่า ครบองค์ประชุม
ข้อ 24 ให้ประธาน ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหาร และการประชุมสามัญประจำปี ถ้าประธานไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้ารองประธานไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการบริหารคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในคราวนั้น ๆ
ข้อ 25 ให้ที่ประชุมถือเสียงข้างมากเป็นมติ หากคะแนนเท่ากันให้ประธานการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 26 การนัดประชุมคณะกรรมการบริหาร เป็นหน้าที่ของประธานหรือเลขานุการ
ข้อ 27 การแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมมติที่ประชุม จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารด้วยเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 2 ใน 3
ข้อ 28 รายได้ของชมรม ประกอบด้วย
1) ค่าบำรุงที่สมาคมจัดสรรให้
2) ค่าบำรุงที่เรียกเก็บจากสมาชิก
3) รายได้ที่เกิดจากการจัดกิจกรรม
4) เงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่น ซึ่งบุคคลหรือหน่วยงานบริจาคให้แก่ชมรมโดยไม่มีภาระผูกพัน ถ้าการบริจาคนั้นมีภาระผูกพัน จะรับได้ต่อเมื่อคณะกรรมการบริหารชมรมมีมติให้รับ
5) ดอกผลอันเกิดจากเงินหรือทรัพย์สินที่ชมรมนำไปลงทุนเพื่อหารายได้
6) รายได้อื่น ๆ
ข้อ 29 ประธานกรรมการบริหาร มีอำนาจสั่งจ่ายเงินของชมรมเพื่อกิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง คราวละไม่เกิน 20,000 บาท ถ้าวงเงินเกิน 20,000 บาท ให้อยู่ในอำนาจการสั่งจ่ายของคณะกรรมการบริหาร
ข้อ 30 เหรัญญิก และหรือ เลขานุการ มีอำนาจเก็บเงินสดสำรองจ่ายประจำได้ คราวละไม่เกิน 5,000 บาท
ข้อ 31 การเก็บรักษาเงิน ให้เหรัญญิกหรือเลขานุการ และประธานกรรมการบริหารหรือผู้ทำการแทนประธานกรรมการบริหาร จัดฝากในธนาคาร หรือจัดหาดอกผล ทั้งนี้โดยอนุมัติของคณะกรรมการบริหาร การเบิกจ่ายเงินในธนาคาร ให้ประธานกรรมการบริหารหรือผู้แทน กับเหรัญญิก หรือเลขานุการ เป็นผู้ลงนามเบิก
ข้อ 32 การจ่ายเงิน จะต้องมีหลักฐานเป็นเอกสาร โดยมีลายมือชื่ออนุมัติของประธานกรรมการบริหารหรือผู้ทำการแทนประธานกรรมการบริหาร และเหรัญญิก หรือเลขานุการ ด้วยทุกครั้ง
ข้อ 33 ให้เหรัญญิกทำบัญชีแสดงฐานะการเงินประจำเดือนแจ้งคณะกรรมการบริหารทราบ และเสนอต่อคณะกรรมการบริหารในการประชุม เพื่อพิจารณาไม่น้อยกว่า 2 ครั้งต่อปี และให้ทำบัญชีงบดุลประจำปีเสนอต่อที่ประชุมสามัญประจำปี โดยถือวันที่ 31 ธันวาคมทุกปี เป็นวันสิ้นปีการเงินของชมรม
ข้อ 34 ให้ผู้ตรวจสอบบัญชีของสมาคม เป็นผู้สอบบัญชีรับจ่ายและงบดุลประจำปีของชมรม
ข้อ 35 การแก้ไขข้อบังคับของชมรม จะกระทำได้โดยการลงมติด้วยคะแนนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของกรรมการบริหารชมรม และแจ้งให้สมาชิกทราบ
ข้อ 36 การเลิกชมรม จะกระทำได้เมื่อที่ประชุมสามัญประจำปี ลงมติ โดยมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วย ไม่น้อยกว่าสามในสี่ของสมาชิกที่มาประชุม เมื่อเลิกชมรมแล้ว ให้แต่งตั้งผู้แทนรายงานและส่งมอบบรรดาทรัพย์สินของชมรมที่เหลืออยู่ มอบแก่สมาคม
ประกาศ ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565
